ตรวจสุขภาพหัวใจ EST กับ ECHO ต่างกันอย่างไร?

       โรคหัวใจเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย การตรวจหัวใจอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ การตรวจหัวใจที่หลายคนคุ้นเคยกันดี คือ EST และ ECHO แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าทั้งสองวิธีนี้แตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆ



การตรวจหัวใจแบบ EST คือ อะไร ?

       EST (Exercise Stress Test) คือ การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย โดยผู้เข้ารับการตรวจจะเดินบนสายพาน (Treadmill) หรือปั่นจักรยาน พร้อมติดอุปกรณ์วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และวัดความดันโลหิตตลอดการทดสอบ


วัตถุประสงค์หลักของการตรวจ EST คือ

      ประเมินการทำงานของหัวใจเมื่อมีการใช้งานหนัก
      ตรวจหาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ
      ประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัด
      ตรวจหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกแรง


ข้อดีของ EST

      ตรวจง่าย ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี
      ใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที
      เหมาะสำหรับผู้ที่สงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบระยะแรก


ข้อจำกัดของ EST

      ต้องสามารถออกกำลังกายได้
      อาจไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาข้อเข่า/ข้อสะโพก
      ความแม่นยำอาจลดลงในบางกลุ่มผู้ป่วย


การตรวจหัวใจแบบ ECHO คือ อะไร ?

       ECHO (Echocardiogram) คือ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) คล้ายการอัลตราซาวด์ขณะตั้งครรภ์ เครื่องจะส่งคลื่นเสียงสะท้อนกลับมาเป็นภาพ ทำให้แพทย์สามารถเห็นโครงสร้างและการบีบตัวของหัวใจแบบเรียลไทม์


วัตถุประสงค์ของการตรวจ ECHO ได้แก่

      ดูขนาดห้องหัวใจ
      ตรวจลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ
      ประเมินประสิทธิภาพการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ
      ตรวจหาภาวะหัวใจล้มเหลว


ข้อดีของ ECHO

      ไม่เจ็บ ไม่ต้องออกแรง
      เห็นโครงสร้างหัวใจชัดเจน
      ปลอดภัย ไม่มีรังสี


ข้อจำกัดของ ECHO

      ไม่สามารถประเมินภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบโดยตรงได้ดีเท่า EST
      คุณภาพภาพขึ้นอยู่กับสรีระผู้ป่วยบางราย


แล้วควรเลือกตรวจแบบไหนดี ?

       การเลือกตรวจขึ้นอยู่กับอาการและดุลยพินิจของแพทย์ เช่น
      มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเวลาออกแรง → มักพิจารณา EST
      มีเสียงฟู่ที่ลิ้นหัวใจ หรือสงสัยหัวใจโต → มักพิจารณา ECHO
      บางกรณีอาจต้องตรวจทั้งสองแบบร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน


       EST เน้นดูการทำงานของหัวใจขณะออกแรง เหมาะกับการประเมินหลอดเลือดหัวใจตีบ ECHO เน้นดูโครงสร้างและการบีบตัวของหัวใจ เหมาะกับการประเมินลิ้นหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว หากมีอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก ใจสั่น หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำการตรวจที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ